การใช้รถยนต์ระบบเกียร์ออโต้

ปัจจุบันรถยนต์ที่เป็นเกียร์ออโตเมติกเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ บริษัท รถเช่าเชียงใหม่ เนื่องจากขับขี่ที่สะดวกสบายแล้วไม่ต้องเหมื่อยเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคลัตช์เร่ง (Clutch) อยู่ตลอดเวลาในยามรถติด แต่อาจมีบางท่านที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถเกียร์ออโต้ ส่งผลให้บั่นทอนอายุการใช้งานของรถโดยที่ท่านไม่รู้ตัว…

การเปลี่ยนเกียร์จากตัว D ไปยังตัว N ในเวลาที่รถเราติดไฟแดงบ่อยๆนั้นหลายคนคงเคยปฏิบัติกันอยู่

เสมอ จากเวลารถติดขี้เกียจเหยียบเบรกเท้าก็เลยเข้าหาเกียร์ N ไว้ เมื่อรถเคลื่อนก็เปลี่ยนจากตัว N มาเป็น D ถ้าช่วงรถติดแล้วขยับเคลื่อนทีละนิดทีละหน่อย อาจทำให้ต้องเปลี่ยน D-N-D-N-D-N ไปเรื่อยๆอยู่อย่างนี้เท่ากับคุณกำลังทำร้ายระบบเกียร์ของรถคุณอยู่นะครับ

ระบบเกียร์อัตโนมัตินั้นจะประกอบด้วยชุดเกียร์ที่ขบกันอยู่ตลอดเวลา การส่งแรงจากตัว N ไปยังตัว Dจะต้องมีการสึกหรอของเฟืองนั้นอย่างแน่นอนเพราะต้องมีการปล่อยและจับกันอยู่ตลอดเวลา อายุการใช้งานก็จะอยู่ได้สั้นลง เพราะถ้าเบรกอยู่เฉยๆ ระบบเบรกก็ไม่ร้อนขึ้นเพราะว่าจานดิสของเบรกหรือดุมเบรกไม่ได้หมุน ผ้าใบเบรกก็ไม่สึกหรอเพราะว่าล้อไม่ได้หมุน แรงที่ใช้ในการเหยียบนั้นก็ไม่มากขนาดจะทำให้แม่ปั๊มเบรกพังหรือว่าทำให้อายุการใช้งานลดน้อยลง

หลายคนที่เปลี่ยนเกียร์จากตัว D-N-D-N-D-N เมื่ออ่าน ถึงตรงนี้แล้วก็อยากจะเถียงว่าไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย รถยังคงสามารถขับได้อยู่ตามปกติ ระบบเกียร์ก็ยังอยู่ตามปกติดอยู่ แต่พฤติกรรมอย่างนี้จะส่งผลแก่รถของคุณอย่างแน่นอนในระยะยาว เมื่อถ้าเปรียบเหมือนกับการสูบบุหรี่นั่นแหละครับ ระบบคลัตช์ของคุณจะลื่น ทำให้เวลาออกตัวคุณจะต้องเหยียบคันเร่งให้มากขึ้นและยังทำให้รอบสูงขึ้นอีกด้วย น้ำมันก็เปลืองขึ้นกว่าเดิมอีก แต่รถกลับไม่ได้วิ่งอย่างนั้นเลย

การใช้เกียร์ออโตเมติค หรือ รถเกียร์อัตโนมัติ

ในปัจจุบันนี้รถยนต์เกียร์ออโตเมติคได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท รถเช่าเชียงใหม่ราคาถูก เพื่อใช้ในการขับขี่ในตัวเมืองที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก

เนื่องจากขับขี่ที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นเพราะใช้เพียงแค่คันเร่งและเบรกเท่านั้นเอง คันเกียร์ของเกียร์ออโตเมติคจะมีตำแหน่งสำหรับเพื่อใช้งานที่ต่างกันดังนี้

ตำแหน่งตัว P ใช้สำหรับการจอดอยู่กับที่หรือบนพื้นที่ลาดเอียง โดยรถจะถูกล็อกให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ด้วยตัวล็อกที่อยู่ภายในเกียร์

ตำแหน่งตัว R ใช้สำหรับในการถอยหลัง

ตำแหน่งตตัว N ใช้สำหรับในการหยุดรออยู่กับที่ในบนพื้นราบหรือบนถนน ซึ่งในตำแหน่งนี้รถสามารถเข็นรถสามารถเคลื่อนที่ได้

ตำแหน่งตัว D ใช้สำหรับในการขับขี่รถแบบอัตโนมัติโดยเกียร์จะเปลี่ยนไปเองแบบอัตโนมัติตามคันเร่งและความเร็วของรถยนต์ที่ใช้ขับขี่ได้ตั้งแต่การเริ่มสตาร์ออกตัวและเพิ่มความเร็วของรถได้ไปเรื่อย ๆ จนถึงความเร็วที่สูงสุด การขับขี่โดยทั่วไปแล้วสามารถใช้เกียร์นี้เพียงเกียร์เดียวเท่านั้นก็ได้ครับ

หมายเหตุ สำหรับคนที่ใช้รถที่มีสวิตซ์โอเวอร์ไดร์ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษในระบบเกียร์ออโต 4 สปีดในรถยนต์บางรุ่น เมื่อสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วอยู่ในที่ตำแหน่ง ON เกียร์ออโตมันจะสามารถทำงานได้ตั้งแต่เกียร์ 1 ถึงเกียร์ 4 แบบโดยอัตโนมัติครับ

ส่วนสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วที่อยู่ในตำแหน่ง OFF เกียร์ออโตจะทำงานแบบอัตโนมัติได้ตั้งแต่เกียร์ 1 ถึงแค่เกียร์ 3 เท่านั้นครับ

ฉะนั้นแล้ว การปรับสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วจากในตำแหน่ง ON ให้ไปเป็นในตำแหน่ง OFF จึงเป็นการลดเกียร์จากตำแหน่งเกียร์ 4 มาเป็นตำแหน่งเกียร์ 3 เพื่อให้เหมาะกับการเร่งแซงขึ้นไปในขณะที่ความเร็วสูง และเมื่อมีการปรับสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วจากตำแหน่ง OFF ไปเป็นตำแหน่ง ON และจะทำให้เกียร์ในตำแหน่งที่ 3 กลับไปเป็นเกียร์ในตำแหน่งที่ 4 อย่างเดิม ทำให้การลดของเกียร์เพื่อเร่งแซงขึ้นไปนั้น หรือเข้าโค้งเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้นอีกด้วยครับ

ตำแหน่งที่ 2 ใช้สำหรับในการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่ไม่สูงมากนักเท่าไหร่ และสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควรเหมือนกันครับ

ตำแหน่งที่ L ใช้สำหรับในการขับขี่ขึ้นทางที่ลาดชันที่สูงมาก และต้องใช้ความเร็วต่ำกว่าปกติ

หมายเหตุ

การสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถนั้นถูกออกแบบให้สามารถกระทำได้เฉพาะในตำแหน่งที่ P กับตำแหน่งที่ N เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับเองครับ

Related posts: